กิจกรรมพิเศษ

เลขาธิการ สปสช. เปิดหน่วยฟื้นฟูสมรรถภาพบุคคลออทิสติก จ.สกลนคร ผนึกความร่วมมือภาคีเครือข่ายในพื้นที่

thecoverage

นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. พร้อมด้วย นางสาวดวงนภา พิเชษฐกุล รองเลขาธิการสปสช. และนพ.นพรัตน์ พันธุเศรษฐ์ ผอ สปสช.เขต8 อุดรธานี ลงพื้นที่ วัดคำประมง จ. สกลนคร กราบสักการะ พระปพนพัชร์ จิรธัมโม เจ้าอาวาสวัดคำประมง นำหนังสือ “ อโรคยศาล วัดคำประมง” ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วย วิถีพุทธแบบองค์รวม โดยใช้ยาสูตรสมุนไพรไทยร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ซึ่งเปิดตัวหนังสือไปเมื่องานประชุม วิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล 2026 (PMAC 2026 ) เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่พบว่าผู้ป่วยมีสุขภาพดีขึ้นโดยเฉพาะจิตใจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ สปสช. ได้ขับเคลื่อนมาระยะหนึ่งแล้วคือการรักษาด้วย ยาสมุนไพร ทั้งเป็นเม็ด แคปซูล และ ยาน้ำ จากนั้น คณะเดินทางไปเยี่ยมมโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ชมการผลิตสมุนไพร
 
ดาวน์โหลดหนังสือฉบับเต็มได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้
 
นพ.จเด็จ กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ สปสช. จะส่งเสริม ยาสมุนไพร ในรูปแบบ สูตรตำรับ โดยนำสมุนไพรดั้งเดิมสดๆมาต้มดื่ม แก้โรคต่างๆโดยจะเริ่มจาก สมุนไพรตำรับแก้โรคสะเก็ดเงิน เป็นสูตรตำรับแรก ส่วนที่โรงพยาบาลอาจารย์ฝั้น อาจาโร ซึ่งเชี่ยวชาญการผลิตยาสมุนไพรประยุกต์ มียารักษาโรคสูตรสมุนไพรที่ใช้ทดแทนยานำเข้าจากต่างประเทศ ลดต้นทุน การรักษาได้มาก ซึ่งตรงกับแนวทางที่ สปสช. ต้องการสนับสนุนการใช้สมุนไพรในประเทศเพื่อ กระตุ้นการเติบโตของ เศรษฐกิจในประเทศ

นพ.จเด็จ ยังกล่าวว่าแนวทางนำสมุนไพรที่เรียกว่าโปรดักส์แชมเปี้ยน มาใช้ผลิต ยาสมุนไพรประยุกต์ยังมี ที่น่าสนใจคือ“ สมุนไพรพ่นลดบวมอักเสบ ทำจากพืชกระดูกไก่ดำ ที่มีสรรพคุณไม่ระคายเคืองผิวหนังเหมาะกับผู้สูงอายุที่ผิวบอบบาง แพ้ง่าย การใช้ยาทาผิวลดปวดที่มี สรรพคุณร้อน อาจทำให้ผิวแตกได้ง่าย ขณะที่สมุนไพรกระดูกไก่ดำจะมีสรรพคุณเย็นรักษาได้ดีเช่นกัน ซึ่งปีนี้ สปสช. จะเร่งผลักดันการผลิตยาสมุนไพรสูตรต่างๆ โดยเฉพาะ product แชมเปี้ยน ออกมาสู่ตลาดให้ได้หลากหลายมากที่สุด .

จากนั้น คณะเลขาธิการเดินทางไป เปิดอาคารหน่วยบริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ มาตรา3 ตามพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ณ ศูนย์บริการคนพิการชมรมผู้ปกครองออทิสติกจังหวัดสกลนคร โดยมีนางไทยวัน ชุมภูทอง ประธานศูนย์บริการคนพิการ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดสกลนคร พญ.พิรุณี สัพโส รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร และนายยุทธเดช ศรีพรหมทัต รองนายกอบจ.สกลนคร ร่วมพิธีเปืดอาคาร และเยี่ยมมศูนย์ฯ

นางไทยวัน ชุมภูทอง ประธานศูนย์บริการคนพิการ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดสกลนคร กล่าวถึงความพร้อมในการร่วมจัดบริการว่า กระบวนการให้บริการให้ความสำคัญกับการสร้างความคุ้นเคยและสัมพันธภาพที่ดีในระยะแรก เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจ ให้บุคคลออทิสติกและครอบครัวเชื่อมั่นว่าผู้ให้บริการมีความเข้าใจในลักษณะเฉพาะของออทิสติก ซึ่งอาจแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในบางสถานการณ์ ทั้งด้านการสื่อสาร การเคลื่อนไหว การทำกิจวัตรประจำวัน และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม การจัดบริการมีวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ ตลอดจนผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมและได้รับการรับรองจากโรงพยาบาลยุวประสารทไวทโยปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิออทิสติกไทย หรือกรมสุขภาพจิต หรือผ่านหลักสูตรจากหน่วยงานวิชาการที่สอดคล้องกับขอบเขตบริการที่กำหนด ได้แก่ 1) หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลบุคคลออทิสติก อายุ 6–12 ปี และ 2) หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลบุคคลออทิสติก อายุมากกว่า 12 ปี (กรณีกลุ่มเป้าหมายอายุมากกว่า 12 ปี)

นอกจากนี้ การจัดบริการยังครอบคลุมถึงการเยี่ยมบ้าน การสร้างการรับรู้และความเข้าใจในชุมชน การประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสิทธิประโยชน์ ตลอดจนสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อย่างครบวงจร เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติกและครอบครัวอย่างยั่งยืน

นายยุทธเดช ศรีพรหมทัต รองนายกอบจ.สกลนคร กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนครให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบดูแลบุคคลออทิสติกในพื้นที่ โดยอาศัยกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัดเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณและการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สปสช. หน่วยบริการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสังคม และภาคประชาชน เพื่อให้การดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม และสอดคล้องกับบริบทของจังหวัดสกลนคร ทั้งด้านสุขภาพ การพัฒนาศักยภาพ และการคุ้มครองสิทธองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ พร้อมสนับสนุนและประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้บุคคลออทิสติกและครอบครัวเข้าถึงบริการตามสิทธิอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน.

นายแพทย์จเด็จ กล่าวว่า การเปิดหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ในครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายระดับประเทศที่มุ่งพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ครอบคลุมบริการที่จำเป็นอย่างมีคุณภาพ เท่าเทียม และเป็นธรรม โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบาง อาทิ บุคคลออทิสติก ซึ่งต้องการการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่องและเฉพาะด้าน สปสช. ให้ความสำคัญกับการกระจายบริการสู่ระดับพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการใกล้บ้าน ลดภาระค่าใช้จ่ายและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบสุขภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยบริการ ภาคประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างระบบดูแลระยะยาวที่ยั่งยืน การพัฒนาหน่วยบริการเฉพาะด้านฟื้นฟูสมรรถภาพตามมาตรา 3 ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการคุ้มครองสิทธิและการเข้าถึงบริการของคนพิการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระดับจังหวัดและชุมชน