มะเร็งคืออะไร / มะเร็งที่พบบ่อยและการวินิจฉัยมะเร็ง / การเอาชนะมะเร็งและวิธีการรักษา / สัญญาณบอกเหตุว่าจะเป็นมะเร็ง
วิธีป้องกันและลดอัตราการเกิดมะเร็ง / สูตรอาหารต้านมะเร็ง / บทความที่น่าสนใจ
 

การเอาชนะมะเร็ง

ทางเลือกของผู้เป็นมะเร็งมี 2 ทางเท่านั้น คือจะต่อสู้หรือจะถอย ถ้าท่านสู้ด้วยหัวใจเข้มแข็งอดทน ท่านมีสิทธิ์ที่จะชนะโรคนี้ได้อย่างเด็ดขาด แม้จะอยู่ในระยะสุดท้ายจริงๆ ก็อาจมีอายุยืนยาวต่อไปได้อีก 5-20 ปี แต่ถ้าท่านไม่สู้ ท่านท้อแท้โอกาสหายแทบไม่มีเลย ถ้าผู้ป่วยอยากจะหายจากมะเร็งต้องปฏิบัติด้วยตนเอง ผู้ป่วยต้องตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวพร้อมที่ จะต่อสู้ด้วยความหวัง 100 % ปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด และต้องเริ่มปฏิบัติให้เร็วที่สุดไม่ต้องรอแม้แต่วินาทีเดียว เพราะเวลาและโอกาสของคนไข้แทบไม่มีอีกแล้ว และต้องให้ผู้ป่วยได้รู้ตัวเองว่าเป็นมะเร็ง อย่าได้พยายามปกปิดความจริงเด็ดขาดจะดีกว่าปล่อยให้เขาสงสัยตัวเอง หงุดหงิด กังวลกับอาการที่มีมากขึ้นโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้อะไรเลย และให้เขาได้รับรู้โดยละเอียดเกี่ยวกับโรคที่เขาเป็นว่ามันเกิดจากอะไร สามารถรักษาหายได้ถ้าหากผู้ป่วยปฏิบัติตัวต่อสู้อย่างเข้มแข็ง มีตัวอย่างมากมาย ผู้ป่วยต้องเปลี่ยนอารมณ์ นิสัย ให้เป็นคนหัวเราะง่าย ยิ้มง่ายทุกสถานการณ์ มองโลกในแง่บวกให้ได้ สลัดความวิตกกังวล สลัดความเครียดออกจากตัวให้เร็วที่สุด เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำลายภูมิต้านทานของผู้ป่วยให้ต่ำลงเรื่อยๆ อีกอย่างหนึ่งคือ สิ่งแวดล้อม คนรอบข้างต้องให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วย ระวังญาติพี่น้องที่ไปเยี่ยม มีทั้งให้กำลังใจผู้ป่วย ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น และพวกที่ใช้คำพูดไม่ให้กำลังใจ ทำให้ผู้ป่วยหมดกำลังใจ ใจหดหู่ เครียด ยิ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยต้องเริ่มต้นวันนี้ เปลี่ยนนิสัยใจคอให้มองโลกในทางบวก เปลี่ยนวิถีชีวิตในการกินอาหาร เพราะการรับประทานแบบเดิม ๆ นั่นแหละที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง ไม่ว่าเราจะเป็นมะเร็งระยะไหน ต้องอาศัยกำลังใจอย่างมาก คนรอบข้าง สามี ภรรยา ลูกๆ เพื่อน มีส่วนช่วยเสริมกำลังใจ มีส่วนช่วยให้หายจากอาการของโรคอย่างมาก

นอกจากโน้มน้าวชักจูงให้ผู้ป่วยอยู่ในกรอบใหม่แล้วยังต้องคอยเป็นหลักในยามที่ผู้ป่วยท้อแท้ แต่กำลังใจสามารถเกิดขึ้นได้พร้อมๆ กับอาการที่กระเตื้องขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องอดทนมากๆ ในระยะแรกๆ ของการปฏิบัติตัวเพราะเรายังไม่เคยชิน และสิ่งสำคัญยิ่งในช่วงแรก ระหว่างสัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่ 4 จะพบอาการตั้งแต่ มีไข้ต่ำๆ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดท้องในรายที่มีลมในลำไส้มาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เนื่องจากเซลล์มะเร็งตายเพิ่มขึ้น อาการต่างๆ ก็จะมีมากขึ้น หลังจากนั้นอาการดังกล่าวก็จะค่อยๆ ดีขึ้นโดยเราใช้วิธีแก้ด้วยการล้างพิษด้วยสมุนไพรเพื่อเอาพิษเหล่านั้นออกจากร่างกาย

วิธีการรักษามะเร็ง

วิธีการรักษา เราต้องทราบว่าเหตุอย่างหนึ่งของมะเร็งคือสารพิษ (Toxins) และอนุมูลอิสระ (Free Radicals) มาจากไขมัน โปรตีน น้ำตาล เพราะฉะนั้นการรักษาต้องลดต้นเหตุเหล่านี้โดยเร็วที่สุด

วิธีการรักษามะเร็ง แบ่งเป็น การรักษาแบบแผนปัจจุบัน และ การรักษาแบบแพทย์ทางเลือก

1. วิธีการรักษามะเร็งแผนปัจจุบัน

  1. การผ่าตัด เป็นการตัดส่วนที่เป็นเนื้อร้ายออกไป หรือผ่าตัดเพื่อตัดหรืออุดตันเส้นเลือด ตัดเสบียงไปเลี้ยงมะเร็ง
  2. การฉายแสง ฉายรังสี ฝังแร่ จะได้ผลดีในมะเร็งปากมดลูก มะเร็งโพรงจมูก (Nasopharynx) มะเร็งต่อมไธรอยด์
  3. เคมีบำบัด เป็นการใช้สารเคมีซึ่งเป็นยาทำลายเซลล์เข้าไปในร่างกายโดยการฉีดหรือรับประทาน มักจะได้ผลดีในมะเร็งเม็ดเลือด, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  4. การใช้ฮอร์โมนเพศ เช่นมะเร็งต่อมลูกหมาก ในผู้ชายจะใช้ฮอร์โมนเพศหญิงเข้าไปรักษา
  5. การใช้ความเย็น จี้ให้ก้อนมะเร็งแข็งตัวจนเซลล์มะเร็งตายการรักษามะเร็งในแผนปัจจุบันเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ มุ่งที่กำจัดเซลล์
    มะเร็งที่เกิดแล้วออกไปให้มากที่สุดเป็นวิธีที่มีผลข้างเคียงจากการรักษามากเช่นกัน จุดมุ่งหมายการรักษานั้นมี 2 ประการคือมุ่งรักษาให้หาย (ในมะเร็งบางชนิดเช่นมะเร็งเม็ดเลือด) และมุ่งรักษาประคับประครองให้พอมีชีวิตอยู่ได้ เนื่องจากยังไม่มีใครรู้สาเหตุของมะเร็งที่แท้จริง จึงยังไม่สามารถหาวิธีเฉพาะในการรักษามะเร็งให้หายขาดได้ จึงควรพิจารณาใช้วิธีการรักษาแบบผสมผสานให้เหมาะกับบุคคลที่เป็นมะเร็งโดยเฉพาะ วิธีการรักษาคนหนึ่งอาจจะได้ผล แต่ไม่ได้ผลในอีกคนหนึ่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของมะเร็ง การรักษามะเร็งในปัจจุบันยังมีอีกหลายวิธีเช่นการใช้สมุนไพร ใช้พลังสมาธิ ใช้พลังจักรวาล การใช้พลังสัมผัส การนวด โยคะ ไทเก็ก การใช้หินสี หรือแพทย์ทางเลือกอื่นๆ รวมทั้งการใช้เวทย์มนต์คาถาต่างๆ ในทางปฏิบัติจริงๆไม่มีผู้ป่วยคนไหนที่ใช้วิธีเดียวในการรักษามักใช้หลายๆวิธีมาผสมผสานกัน

2. วิธีการรักษามะเร็งแบบแพทย์ทางเลือก
หมายถึงการแพทย์ที่เป็นทั้งการรักษาแบบวิทยาศาสตร์ หรือ ทางภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ยังไม่ได้เป็นแพทย์กระแสหลัก หรือ เป็นมาตรฐานการรักษาที่มีฐานข้อมูลอ้างอิง ชัดเจน มีความมุ่งหมายที่การปรับสมดุลของร่างกาย กำจัดสารพิษ ทำให้เซลล์มีความแข็งแรงมากขึ้น ทำให้ระบบภูมิต้านทานดีขึ้น แล้วร่างกายจะไปควบคุมเซลล์มะเร็งเอง ธรรมชาติของเซลล์มะเร็ง จะโตเร็ว ใช้โปรตีนและไขมันในการสร้างและแบ่งตัวได้เก่งกว่าเซลล์ธรรมดา ไม่ค่อยชอบออกซิเจน ไม่ชอบความเป็นด่าง ไม่ชอบอุณหภูมิสูง

  1. การใช้สมุนไพร เช่น ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ทองพันชั่ง บอระเพ็ด ลูกใต้ใบ แฮ่ม ฯลฯ สูตรในการรักษา ต้องปรึกษาผู้รู้ และการใช้สมุนไพร มักจะควบคู่ไปกับการทำจิตใจตั้งมั่นในการรักษาโรค เช่น ทำสมาธิ หรือสวดมนต์ ก่อนจะทานสมุนไพร จึงจะได้ผลดี
  2. การใช้สมาธิบำบัด มีผลทำให้เกิดความสงบ ลดการใช้ ออกซิเจนของเซลล์ ทำให้เกิดการหลั่งสารเอนโดฟิน ในสมองมีผลทำให้ ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น โดยจะมีเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า T cell เพิ่มมากขึ้น ไปควบคุมเซลล์มะเร็ง
  3. การใช้อาหารบำบัด เช่นอาหารแมคโครไบโอติก หลักของอาหารบำบัด จะไม่มีเนื้อสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น นม ไข่ เลย เพราะเซลล์มะเร็งจะใช้โปรตีนและไขมันจากสัตว์ ในการขยายเพิ่มจำนวนของมันได้ดีกว่าเซลล์ปกติ ควรทานสารอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสสระ (ต้านความเสื่อมของเซลล์) เช่น ผักสด ผลไม้ที่มีสีต่างๆ การทานอาหารเสริมชนิดต่างๆ เช่น เมล็ดองุ่น สาหร่าย คลอโรฟิลล์ น้ำลูกยอ ผักสกัด
  4. การเพิ่ม ออกซิเจนในเลือด เช่นการให้ ออกซิเจนความเข้มสูง(Hyperbaric Oxygen therapy) การให้สารเพิ่ม ออกซิเจนเช่น ดิวธีเลียมซัลเฟต การหายใจแบบฝึกลมปราณ เช่น ชวี่กง ชวี่ไดนามิก อาณาปานสติ จะทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ดีมากขึ้น ตัดทอนกำลังเซลล์มะเร็งลง
  5. การปรับอุณหภูมิร่างกายให้สูงประมาณ 40-42 องศาเซลเซียส(Hyperthermia)
  6. การทำให้เลือดเป็นด่างเล็กน้อย
  7. การใช้พลังจักรวาล พลังสัมผัส พลังชีวภาพ พลังจากหินสีต่างๆ เป็นการปรับสมดุลของพลังงานผ่านจักระ(จักระคือศุนย์การควบคุมพลังงานของอวัยวะ ถ้าไม่สมดุลจะป่วย)
  8. การปรับการเรียงตัวของน้ำในร่างกายโดยใช้สนามแม่เหล็ก หรือ ปิรามิด เพื่อให้น้ำในร่ายกายเรียงตัวเป็นระเบียบ เข้าออกเซลล์ได้ดีขึ้น ขับของเสียจากเซลล์ได้ดีขึ้น
  9. การจินตนาการและการผ่อนคลาย โดยการย้อนระลึกถึงตอนที่ยังสุขภาพดี หรือมีความสุขจะช่วยให้ เอนโดฟินหลั่ง ระบบภูมิต้านทานดีขึ้น
  10. การฝังเข็ม กดจุด นวด
  11. การล้างพิษ(Detoxification) เช่นสวนกาแฟล้างพิษตับ การล้างพิษปอด ลำไส้ ไต
  12. การใช้โยคะ ไทเก็ก หัวเราะบำบัด
  13. การใช้ทางการแพทย์ทางเลือกอื่นๆที่เหมาะสมกับธรรมชาติของผู้ป่วยให้มากที่สุด
    การรักษามะเร็งในแผนปัจจุบันยังเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ

เนื่องจากยังไม่มีใครรู้สาเหตุของมะเร็งที่แท้จริง จึงยังไม่สามารถหาวิธีเฉพาะในการรักษามะเร็งให้หายขาดได้ จึงควรพิจารณาใช้วิธีการรักษาแบบผสมผสานให้เหมาะกับบุคคลที่เป็นมะเร็งโดยเฉพาะ วิธีการรักษาคนหนึ่งอาจจะได้ผล แต่ไม่ได้ผลในอีกคนหนึ่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของมะเร็ง ในทางปฏิบัติจริงๆไม่มีผู้ป่วยคนไหนที่ใช้วิธีเดียวในการรักษามักใช้หลายๆวิธีมาผสมผสานกัน
จากข้อสังเกตจะพบว่าผู้ที่หายจากมะเร็งได้ มักพบใน

  1. คนที่เป็นมะเร็งระยะแรก
  2. เป็นผู้ที่สามารถเปลี่ยนจิตใจไม่ให้เครียด มองโลกในแง่ดีหรือปล่อยวางชีวิตได้ เลิกอิจฉา เลิกนินทาคนอื่น มองชีวิตตามความเป็นจริง คิดให้ได้ว่า “โชคดีที่เป็นมะเร็ง”
  3. เป็นผู้ที่เปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ เช่นการเปลี่ยนการทานอาหารเป็นอาหารธรรมชาติ เลิกดื่มเหล้า เลิกสูบบุหรี่ เลิกเที่ยวเตร่ เลิกพฤติกรรมที่ไม่ดีทั้งหลาย หันมาทำประโยชน์ให้สังคม ที่สำคัญ ถ้ารักษาไม่หายก็ขอให้ตายอย่างสงบ หรือตายอย่างยิ้ม ทั้งผู้ป่วยและญาติก็จะดีที่สุด